สมัยก่อนครูเลือกฮาเนสจากความสวยเป็นหลัก จนวันหนึ่งได้แบบที่มีสายพาดรั้งแขนน้องมา โชคดีที่ได้ไปอ่านบทความเรื่องนี้ เลยเปลี่ยนมาใช้ทรง Y มาตลอด
หมาที่บ้านครูเป็นสายวิ่งเล่น พอเปลี่ยนมาใช้ทรง Y ครูเห็นว่าน้องคล่องตัวขึ้น ทุกวันนี้ใช้รุ่นเดิมมาเกือบ 2 ปีแล้ว
แต่ก่อนจะบอกให้ทุกคนเปลี่ยนตาม ครูลองไปดูว่างานวิจัยว่าไว้ยังไง และพบว่าคำตอบไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
ทรง Y กับแบบสายพาดอก ต่างกันตรงไหน
ฮาเนสแบ่งคร่าว ๆ ได้ 2 แบบ
- แบบสายพาดอก (ในงานวิจัยเรียกว่า restrictive): มีสายคาดขวางหน้าอก ผ่านแนวหัวไหล่หรือต่ำกว่า เวลาน้องก้าวขาหน้า สายจะอยู่ในทางของหัวไหล่
- ทรง Y (ในงานวิจัยเรียกว่า non-restrictive): มองจากด้านหน้าสายแยกเป็นตัว Y ผ่ากลางอก ไม่พาดหน้าหัวไหล่ มองจากด้านบนจะเห็นสายรอบคอกับสายรอบอกต่อกันด้วยสายกลางหลังเป็นตัว H บางคนจึงเรียกทรง H
ความเชื่อทั่วไปคือ ทรง Y ปล่อยให้หัวไหล่ขยับได้อิสระกว่า
งานวิจัยบอกอะไร
ปี 2019 ทีมจาก Royal Veterinary College ในอังกฤษ (Lafuente และคณะ) ให้หมา 9 ตัวเดินและวิ่งเหยาะบนลู่วิ่ง ทั้งแบบไม่ใส่ฮาเนส ใส่แบบสายพาดอก และใส่ทรง Y แล้ววัดมุมการเหยียดหัวไหล่
- ฮาเนสทั้งสองแบบทำให้หัวไหล่เหยียดได้น้อยกว่าตอนไม่ใส่
- ที่น่าแปลกใจคือ ทรง Y ลดการเหยียดไหล่มากกว่าแบบสายพาดอก ประมาณ 2.6 องศาตอนเดิน และ 4.4 องศาตอนวิ่งเหยาะ
- ผู้วิจัยสรุปว่า ฮาเนสจำกัดการเหยียดไหล่จริง "แต่อาจไม่ใช่แบบที่เคยคาดไว้"
ปี 2022 ทีมจากฮังการี (Pálya และคณะ) ใช้กล้องจับการเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติ วัดมุมข้อต่อ 18 จุดของหมา 4 ตัว เทียบกับตอนเดินอิสระ
- ฮาเนสเปลี่ยนท่าเดินอย่างมีนัยสำคัญในราว 2 ใน 3 ของกรณีที่วัด
- ทรง Y ในงานนี้ก็กระทบมุมหัวไหล่มากกว่าแบบอื่นในหมาบางตัว ตรงกับงานปี 2019
- ผู้วิจัยสรุปว่า ไม่มีฮาเนสแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกตัว แต่เลือกแบบที่เหมาะกับหมาแต่ละตัวและการใช้งานได้
ข้อจำกัดที่ควรรู้: ทั้งสองงานใช้หมาจำนวนน้อย (9 ตัว และ 4 ตัว) วัดบนลู่วิ่งหรือในห้องทดลอง และใช้ฮาเนสไม่กี่รุ่น งานปี 2022 ใช้ฮาเนสที่แบรนด์ Julius-K9 ผลิตให้ และผู้วิจัยบอกเองว่าการวัดที่หัวไหล่ใต้ฮาเนสมีความคลาดเคลื่อนสูง จึงยังสรุปไม่ได้ว่าทรงไหนดีกว่ากันสำหรับหมาทุกตัว
แล้วทำไมครูยังใช้ทรง Y
งานวิจัยวัดมุมหัวไหล่ในห้องทดลอง ส่วนสิ่งที่ครูเห็นคือหมาสายวิ่งเล่นที่บ้าน ซึ่งคล่องตัวขึ้นหลังเปลี่ยนมาใช้ทรง Y ข้อนี้เป็นประสบการณ์ของครู ไม่ใช่ผลวิจัย
สิ่งที่งานวิจัยกับประสบการณ์ครูเห็นตรงกันคือ ฮาเนสทุกแบบมีผลกับการเคลื่อนไหวของน้อง การเลือกจากความสวยอย่างเดียวจึงไม่พอ ต้องดูว่าตัวไหนเข้ากับน้องและกิจกรรมของน้อง
เลือกฮาเนสยังไงดี
- ดูว่าน้องใช้ทำอะไร: เดินเล่นสบาย ๆ วิ่งเล่น หรือดึงแรง แต่ละแบบเหมาะไม่เหมือนกัน
- ลองให้น้องใส่แล้วเดินให้ดู: ถ้าน้องก้าวขาหน้าสั้นลง เดินแปลกไป หรือพยายามเกาสาย ลองปรับสายหรือเปลี่ยนรุ่น
- ไซซ์ต้องพอดี: หลวมเกินจะเลื่อนไปกดจุดอื่น คับเกินจะเสียดสี
- สังเกตต่อเนื่อง: หลังใช้ไปสักพัก ดูรอยเสียดสีใต้รักแร้และหน้าอก
รุ่นที่ครูใช้อยู่คือ Non-stop dogwear Line Harness 5.0 อ่านรีวิวเต็มของครูได้ที่หน้านั้น
เมื่อไรควรพาไปหาหมอ
ถ้าน้องเดินกะเผลก ไม่อยากเดิน ไม่ยอมให้แตะหัวไหล่หรือขาหน้า หรือท่าเดินเปลี่ยนไปแม้ถอดฮาเนสแล้ว ควรพาไปพบสัตวแพทย์ เพราะอาจไม่ได้มาจากฮาเนส
สรุป
งานวิจัยที่มีตอนนี้ยังไม่ได้บอกว่าทรง Y ดีกว่าเสมอ และพบด้วยซ้ำว่าทรง Y อาจกระทบหัวไหล่มากกว่าในบางการวัด สำหรับครู ทรง Y ทำให้หมาสายวิ่งเล่นที่บ้านคล่องตัวขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเลือกให้เข้ากับน้อง และสังเกตท่าเดินของน้องเอง
แล้วน้องบ้านคุณใส่ฮาเนสแบบไหนอยู่ ใส่แล้วเดินต่างไปไหม?
แหล่งอ้างอิง
- Lafuente, M. P., Provis, L., & Schmalz, E. A. (2019). Effects of restrictive and non-restrictive harnesses on shoulder extension in dogs at walk and trot. *Veterinary Record*, 184(2), 64.
- Pálya, Z., Rácz, K., Nagymáté, G., & Kiss, R. M. (2022). Development of a detailed canine gait analysis method for evaluating harnesses: A pilot study. *PLoS ONE*, 17(3), e0264299.
เกี่ยวกับผู้เขียน: ครูวุฒิ ครูฝึกสุนัขแบบ force-free ของหมาสนุก รับฝึกถึงบ้านในกรุงเทพฯ ผ่านคอร์สพฤติกรรมสุนัขของ Mahidol Channel Academy และสะสม 25 IAABC-approved CEUs จากคอร์สของ Susan Garrett
*บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยของสัตวแพทย์ · ตรวจข้อมูลล่าสุด ต.ค. 2569*
