เมืองไทยร้อนแทบทั้งปี บางวันแค่พาน้องหมาเดินรอบหมู่บ้านตอนสาย ๆ ก็หอบลิ้นห้อยแล้ว คำถามคือ หอบแบบไหนแค่ร้อน และแบบไหนคือ "ฮีทสโตรก" ที่ต้องรีบช่วย

บทความนี้สรุปจากงานวิจัยและแนวทางของสัตวแพทย์ว่า ฮีทสโตรกคืออะไร ใครเสี่ยง อาการแรก ๆ หน้าตาเป็นยังไง และควรทำอะไรใน 10 นาทีแรก

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อน: งานวิจัยหลักที่เราใช้มาจากอังกฤษและอิสราเอล ยังไม่มีงานวิจัยขนาดใหญ่ที่เก็บข้อมูลหมาในไทยโดยตรง แต่อากาศร้อนชื้นแบบบ้านเราน่าจะเสี่ยงไม่น้อยกว่า (ต่อยอดจากงานวิจัย ยังไม่มีใครทดลองตรง ๆ)

ฮีทสโตรกคืออะไร

หมาระบายความร้อนได้ไม่เก่งเท่าคน เพราะต้องพึ่งการหอบเป็นหลัก เมื่อร่างกายร้อนเกินกว่าจะระบายทัน อุณหภูมิในตัวจะพุ่งขึ้นจนอวัยวะเริ่มเสียหาย

มีงานวิจัยรองรับ: Bruchim และคณะ (2017) ทบทวนงานวิจัยเรื่องนี้ในวารสาร *Temperature* อธิบายว่าฮีทสโตรกในหมาคือภาวะที่อุณหภูมิแกนกลางร่างกายสูงกว่า 41°C ร่วมกับมีความผิดปกติของระบบประสาท และอัตราตายอยู่ราว 50% ใกล้เคียงกับฮีทสโตรกในคน แม้จะได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

ในงานวิจัยกลุ่ม VetCompass ของอังกฤษ นักวิจัยใช้คำกว้างกว่าว่า "heat-related illness" (โรคจากความร้อน) ซึ่งรวมตั้งแต่อาการเบาไปจนถึงหนัก ในบทความนี้เราจะเรียกรวม ๆ ว่าฮีทสโตรก

หมาแบบไหนเสี่ยงฮีทสโตรก

มีงานวิจัยรองรับ: Hall, Carter และ O'Neill (2020) ใน *Scientific Reports* ดูเวชระเบียนหมา 905,543 ตัวที่รักษากับคลินิกในอังกฤษปี 2016 พบเคสยืนยัน 395 ครั้ง และเสียชีวิต 14.18% ของเคส ปัจจัยเสี่ยงที่พบคือ

ทีมเดียวกันวิเคราะห์ต่อใน *Animals* (2020) จากเคส 1,259 ครั้ง และได้ข้อค้นพบที่ควรรู้มาก คือ การออกกำลังเป็นต้นเหตุที่พบบ่อยที่สุด (74.2% ของเคสที่รู้สาเหตุ) ส่วนอากาศร้อนรอบตัว 12.9% และการถูกขังในรถ 5.2%

ที่น่าตกใจคือ ในเคสที่เกิดจากการออกกำลัง 67.5% เกิดตอนเดินเล่นธรรมดา ไม่ใช่วิ่งหนัก ๆ และฮีทสโตรกจากการออกกำลังทำให้หมาตายได้ไม่ต่างจากฮีทสโตรกในรถอย่างมีนัยสำคัญ นักวิจัยจึงตั้งชื่องานว่า "หมาไม่ได้ตายแค่ในรถร้อน"

งานเดียวกันยังพบว่า

มีงานวิจัยรองรับ: ในอิสราเอล Bruchim และคณะ (2006) ศึกษาหมาฮีทสโตรก 54 ตัว พบว่าภาวะอ้วนและการมาถึงโรงพยาบาลช้ากว่า 90 นาที เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิต และงานทบทวนปี 2017 ระบุว่าอากาศร้อนโดยเฉพาะร้อนชื้นเพิ่มความเสี่ยง ซึ่งตรงกับอากาศบ้านเรา

ข้อมูลพวกนี้ไม่ได้แปลว่าหมาพันธุ์อื่นปลอดภัย ทุกตัวเป็นได้ แค่บางกลุ่มต้องระวังเป็นพิเศษ

อาการเริ่มต้น vs อาการรุนแรง

มีงานวิจัยรองรับ: Hall และคณะ (2021) ใน *Scientific Reports* สร้าง "VetCompass Clinical Grading Tool" จากเคส 856 ครั้ง แบ่งอาการเป็น 3 ระดับ

ระดับเบา (สัญญาณแรก)

ระดับกลาง

ระดับรุนแรง

ในงานนี้ อัตราตายของเคสเบาอยู่ที่ 2.21% ระดับกลาง 5.46% แต่ระดับรุนแรงพุ่งไปถึง 56.76% นักวิจัยย้ำว่าการจับสัญญาณระดับเบาให้ได้เร็ว ช่วยให้ลงมือช่วยได้ก่อนอาการจะลุกลาม

สรุปง่าย ๆ ถ้าอากาศร้อนหรือเพิ่งออกกำลัง แล้วน้องหอบหนักผิดปกติ ซึม หรือไม่ยอมเดินต่อ ให้คิดถึงฮีทสโตรกไว้ก่อน

ช่วยเบื้องต้นยังไง: "ทำให้เย็นก่อน แล้วค่อยพาไปหาหมอ"

แนวทางปัจจุบันของสัตวแพทย์ฉุกเฉินสรุปได้ประโยคเดียวคือ "cool first, transport second" ทำให้ตัวเย็นทันทีตรงที่เกิดเหตุ แล้วค่อยพาไปคลินิก (และทำให้เย็นต่อระหว่างทาง)

แนวทางจากผู้เชี่ยวชาญ: แนวทางปฐมพยาบาลของ RECOVER Initiative ที่ตีพิมพ์ใน *Journal of Veterinary Emergency and Critical Care* เมื่อสิงหาคม 2026 แนะนำให้ทำให้ตัวเย็นก่อนถึงคลินิก โดยราดน้ำเย็นที่ไหลอยู่ลงบนลำตัว เน้นบริเวณขนบาง เช่น ท้อง ทั้งนี้คำแนะนำหลายข้อในแนวทางนี้อิงหลักฐานคุณภาพต่ำหรือความเห็นผู้เชี่ยวชาญ เพราะงานวิจัยในหมาโดยตรงยังมีน้อย

ขั้นตอนที่ทำได้ทันที

1. พาออกจากที่ร้อน เข้าร่มหรือห้องที่เย็นกว่า 2. ราดน้ำเย็นจากก๊อกลงทั่วตัวทันที เน้นลำตัวและท้อง แนวทางสัตวแพทย์ปี 2016 ที่งานของ Hall (2023) อ้างถึง แนะนำการแช่ตัวในน้ำเย็น (ให้หัวพ้นน้ำ) สำหรับหมาอายุน้อยที่แข็งแรงและยังรู้สึกตัวดี ส่วนหมาสูงวัยหรือมีโรคประจำตัว แนะนำการราดหรือพรมน้ำแล้วเป่าลม 3. ให้ลมช่วย เปิดพัดลมหรือแอร์ เพื่อให้น้ำระเหยพาความร้อนออก 4. ให้น้ำดื่มถ้าน้องอยากดื่ม แต่ไม่บังคับ 5. โทรหาคลินิกระหว่างทำ แล้วพาไปทันที ในรถเปิดแอร์ และถ้ามีคนไปด้วย ให้ช่วยราดน้ำ หรือพรมน้ำต่อระหว่างทาง

ถ้ามีปรอทวัดไข้ทางทวาร แนวทาง RECOVER ระบุว่าหยุดการทำให้เย็นแบบเร่งได้เมื่ออุณหภูมิทางทวารลงมาราว 39.7–40°C ส่วนถ้าไม่มีปรอท ไม่ต้องรอวัด ให้เริ่มทำให้เย็นและพาไปหาหมอเลย

เรื่องเข้าใจผิด: "ห้ามใช้น้ำเย็น"

หลายเว็บยังแนะนำว่าให้ใช้แค่น้ำอุ่น ๆ เพราะกลัวว่าน้ำเย็นจะทำให้หลอดเลือดหดตัวหรือหนาวสั่นจนร้อนกว่าเดิม

มีงานวิจัยรองรับ: Hall และคณะ (2023) ใน *Veterinary Sciences* อธิบายว่าความเชื่อนี้ไม่มีหลักฐานรองรับที่ดี และน่าจะมาจากการทดลองในหมาเมื่อปี 1980 ที่ใช้น้ำแข็งเย็นจัด ไม่ใช่น้ำเย็นธรรมดา งานเดียวกันสำรวจเคสในอังกฤษปี 2016–2018 พบว่ามีหมาแค่ 21.70% ที่ถูกทำให้เย็นก่อนเดินทางไปคลินิก และหมาที่ถูกทำให้เย็นก่อนมีอุณหภูมิตอนถึงคลินิกเฉลี่ย 38.6°C เทียบกับ 40.9°C ในหมาที่เพิ่งมาเริ่มทำให้เย็นที่คลินิก

ผู้เขียนสรุปว่า "การทำให้เย็นช้าจะทำให้ผลการรักษาแย่ลง" และต้องเร่งแก้ความเชื่อผิด ๆ เรื่องการทำให้เย็น

ข้อควรรู้คือ งานนี้ไม่ได้วัดว่าวิธีไหนช่วยให้รอดมากกว่ากัน ตัวเลขอุณหภูมิจึงบอกได้ว่าการทำให้เย็นก่อนช่วยลดอุณหภูมิได้จริง แต่ยังไม่ใช่การพิสูจน์ผลต่อการรอดชีวิตโดยตรง

สิ่งที่ไม่ควรทำ

ความปลอดภัยของคนช่วยก็สำคัญ: แนวทาง RECOVER ไม่แนะนำให้ฝืนช่วยถ้าคนช่วยเองตกอยู่ในความเสี่ยงสูง เช่น น้องกัดเพราะเจ็บหรือสับสน

เมื่อไรควรพาไปหาหมอ

คำตอบสั้น ๆ คือ ทุกครั้ง ที่สงสัยว่าเป็นฮีทสโตรก แม้ราดน้ำแล้วน้องจะดูดีขึ้นแล้วก็ตาม

มีงานวิจัยรองรับ: ในงานของ Bruchim และคณะ (2006) หมาฮีทสโตรก 54 ตัวมีภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติแบบกระจาย (DIC) ถึง 28 ตัว และไตวายเฉียบพลัน 18 ตัว ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ค่าไตที่สูงเมื่อผ่านไป 24 ชั่วโมงก็เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยง แปลว่าความเสียหายภายในอาจยังเดินหน้าต่อได้ แม้ภายนอกจะดูดีขึ้น และต้องตรวจเลือดถึงจะเห็น

รีบไปทันทีโดยเฉพาะถ้าเห็น

เก็บเบอร์คลินิกหรือโรงพยาบาลสัตว์ 24 ชั่วโมงใกล้บ้านไว้ในมือถือตั้งแต่วันนี้ ถ้ายังไม่มี หาคลินิกสัตว์ใกล้คุณ ได้เลย

โรงพยาบาลสัตว์บ้านสัตว์เลี้ยงอ่อนนุช
โรงพยาบาลสัตว์บ้านสัตว์เลี้ยงอ่อนนุชโรงพยาบาล · สวนหลวง
เช็คล่าสุดปี 2026
โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโรงพยาบาล · ปทุมวัน
เปิด 24 ชม.
เช็คล่าสุดปี 2026
โรงพยาบาลสัตว์โอะไดจินิ สาขารามอินทรา (Odaijini Pet Hospital)
โรงพยาบาลสัตว์โอะไดจินิ สาขารามอินทรา (Odaijini Pet Hospital)โรงพยาบาล · คันนายาว
เปิด 24 ชม.
เช็คล่าสุดปี 2026
ดูโรงพยาบาลสัตว์ & คลินิกรักษาหมาทั้งหมดในกรุงเทพฯ →

ป้องกันฮีทสโตรกในอากาศแบบไทย

เดินเช้า ๆ หรือเย็น ๆ

Royal Kennel Club แนะนำให้พาเดินช่วงเช้าตรู่หรือเย็น เลี่ยงแดดเที่ยง และเลือกเดินบนหญ้าซึ่งเย็นกว่าพื้นปูน จำไว้ว่างานวิจัยพบว่าแค่เดินเล่นก็เป็นต้นเหตุได้ วันที่ร้อนจัดจึงเดินสั้นลงหรือเปลี่ยนเป็นเล่นในบ้านแทนได้

ทดสอบพื้นด้วยหลังมือ 7 วินาที

วางหลังมือบนพื้นถนนหรือฟุตบาท 7 วินาที ถ้ามือเราทนไม่ไหว อุ้งเท้าน้องก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน (คำแนะนำของ Royal Kennel Club เป็นวิธีเช็กง่าย ๆ ไม่ใช่ผลวิจัย)

น้ำและร่มเงาต้องพร้อม

พกน้ำและภาชนะให้น้องดื่มทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน และหมาที่อยู่นอกบ้านต้องมีที่ร่มและน้ำสะอาดตลอดวัน ข้อนี้เป็นข้อปฏิบัติพื้นฐาน ไม่ใช่ข้อค้นพบจากงานวิจัยเฉพาะ

หมาหน้าสั้นและหมาน้ำหนักเกิน ต้องระวังเป็นพิเศษ

ทีมวิจัย VetCompass เสนอว่าการคุมน้ำหนักให้พอดีเป็นเรื่องสำคัญด้านสวัสดิภาพของหมาทุกตัว เพื่อลดความเสี่ยงฮีทสโตรก ถ้าไม่แน่ใจว่าน้องอ้วนไปไหม ลองถามสัตวแพทย์ตอนพาไปตรวจครั้งหน้า

อย่าทิ้งน้องไว้ในรถ แม้แค่แป๊บเดียว

มีงานวิจัยรองรับ: McLaren, Null และ Quinn (2005) ใน *Pediatrics* วัดอุณหภูมิในรถเก๋งสีเข้มที่จอดกลางแดด พบว่าแม้วันที่อากาศข้างนอกแค่ราว 22°C ในรถก็ร้อนถึงราว 47°C ภายใน 1 ชั่วโมง โดยความร้อน 80% เพิ่มขึ้นใน 30 นาทีแรก และการแง้มกระจกไม่ได้ช่วยชะลอความร้อนอย่างมีนัยสำคัญ

งานนี้ศึกษาเพื่อปกป้องเด็ก แต่ผู้เขียนระบุว่าเป็นความเสี่ยงต่อสัตว์เลี้ยงด้วย และกับแดดเมืองไทยที่ร้อนกว่านั้นมาก รถจอดตากแดดจึงอันตรายยิ่งกว่า (ต่อยอดจากงานวิจัย)

ช่วงที่อากาศเพิ่งเริ่มร้อน

งานใน *Animals* (2020) ตั้งข้อสังเกตว่าช่วงอากาศอุ่นขึ้นกะทันหันต้นฤดูอาจอันตรายเป็นพิเศษ เพราะหมายังไม่ปรับตัว ในไทยอาจเทียบได้กับช่วงเข้าหน้าร้อนราวมีนาคม–เมษายน (ต่อยอดจากงานวิจัย ยังไม่มีใครศึกษาในไทยโดยตรง)

สรุปสั้น ๆ

บ้านคุณพาน้องเดินกี่โมง และมีวิธีคลายร้อนให้น้องแบบไหนบ้าง? มาแชร์กันหน่อยนะ

แหล่งอ้างอิง

เกี่ยวกับผู้เขียน: ทีม SawasdeeDog รวบรวมและตรวจสอบข้อมูลจากงานวิจัยตีพิมพ์และแนวทางขององค์กรสัตวแพทย์ ทีมเขียนไม่ใช่สัตวแพทย์

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยของสัตวแพทย์ · ตรวจข้อมูลล่าสุด พฤศจิกายน 2026