ใกล้ลอยกระทงทีไร หลายบ้านเริ่มกังวล เพราะพอเสียงพลุดังขึ้น น้องหมาบางตัวตัวสั่น หอบ มุดใต้เตียง บางตัวพยายามหนีออกจากบ้าน แล้วต่อด้วยคืนเคานต์ดาวน์ปีใหม่อีกรอบ

สำหรับหมาที่บ้านแอดมิน เราเลือก ป้องกันไว้ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะช่วงปีใหม่หรือลอยกระทง เคยมีหลายครั้งที่พาหมาออกไปเดินแล้วชนกับเสียงพลุพอดี และเราเห็นมาแล้วว่าหลายบ้านหมาหลุดไปทั้งที่ยังอยู่ในสายจูง

ข่าวดีคือความกลัวเสียงพลุเป็นเรื่องที่เตรียมรับมือได้ และยิ่งเริ่มก่อนวันจริงหลายสัปดาห์ ยิ่งได้ผล ปีนี้ลอยกระทงตรงกับวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2569 ตอนนี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะจะเริ่ม

หมากลัวพลุเยอะแค่ไหน?

มากกว่าที่หลายคนคิด

งานของ Blackwell ยังพบว่าหมาที่กลัวเสียงพลุ มักกลัวฟ้าร้องและเสียงปืนด้วย เพราะความกลัวเสียงดังแบบหนึ่งมักลามไปเสียงดังแบบอื่น เคล็ดลับในบทความนี้จึงใช้กับหน้าฝนที่ฟ้าร้องบ่อยได้เหมือนกัน

สังเกตยังไงว่าน้องกลัว

อาการที่พบบ่อยที่สุดในงานวิจัยคือ เห่าหรือหอน ตัวสั่น หลบซ่อน และเข้ามาเกาะติดคน นอกจากนี้ยังมีอาการที่สังเกตยากกว่า เช่น

ถ้าน้องกินขนมไม่ได้ แปลว่ากลัวมากแล้ว อย่าเพิ่งฝึกตอนนั้น ให้เน้นความปลอดภัยก่อน

เตรียมล่วงหน้า 3–4 สัปดาห์: ฝึกให้เสียงดังมาพร้อมของดี

วิธีที่เจ้าของหมาบอกว่าได้ผลที่สุดมาจากงานสำรวจของ Riemer (2020) ซึ่งถามเจ้าของหมาที่กลัวพลุ 1,225 คน ว่าลองวิธีไหนแล้วเห็นผล

ตัวเลขนี้มาจากความรู้สึกของเจ้าของ ไม่ใช่การทดลองควบคุม จึงใช้ดูแนวโน้มได้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะได้ผลกับทุกตัว

1. ให้ขนมทุกครั้งที่ได้ยินเสียงดัง

ทำง่ายที่สุดและเริ่มได้วันนี้ พกขนมชิ้นเล็กที่น้องชอบมากไว้ใกล้ตัว พอมีเสียงดังอะไรก็ตาม เช่น ประตูกระแทก ท่อรถ ฟ้าร้อง ให้ขนมทันที ไม่ต้องสั่งให้ทำอะไรก่อน เป้าหมายคือให้น้องเรียนรู้ว่า "เสียงดัง = มีของอร่อยมา"

2. ฝึกกับเสียงพลุแบบเบามาก ๆ

1. หาคลิปเสียงพลุ เปิดเบาจนน้องแทบไม่สนใจ 2. ระหว่างเปิด ให้ขนมหรือเล่นของเล่นที่ชอบ พอปิดเสียง ขนมก็หยุด 3. ทำวันละไม่กี่นาที แล้วค่อย ๆ เพิ่มเสียงขึ้นทีละนิดในวันต่อ ๆ ไป 4. ถ้าน้องเริ่มหูลู่ หยุดกิน หรือเดินหนี แปลว่าดังเกินไป ให้ลดเสียงกลับไประดับที่สบายใจ

ค่อย ๆ เพิ่มเสียงช้า ๆ ดีกว่ารีบ เพราะถ้าดังเกินไปจนน้องตกใจ อาจกลัวมากกว่าเดิม

3. ฝึกให้น้องวิ่งกลับมาหาเรา

จากประสบการณ์ของแอดมิน สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือการฝึกจนเราเป็นที่พึ่งของน้อง หมาที่บ้านผ่านการฝึกมาอย่างดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น น้องจะวิ่งกลับมาหาเราก่อนเลย ไม่ใช่วิ่งหนีไปข้างหน้า

เรื่องนี้สอดคล้องกับงานวิจัยของ Gácsi และคณะ (2013) ที่ทดสอบหมา 30 ตัว ให้คนแปลกหน้าเดินเข้ามาแบบข่มขู่ พบว่าหัวใจของหมาเต้นเร็วขึ้นน้อยกว่าเมื่อมีเจ้าของอยู่ด้วย นักวิจัยมองว่าหมาใช้เจ้าของเป็น "ที่ปลอดภัย" (safe haven) ได้คล้ายเด็กเล็ก งานนี้ไม่ได้ทดสอบกับเสียงพลุโดยตรง การนำมาใช้กับพลุจึงเป็นการต่อยอดที่เป็นไปได้มาก ไม่ใช่ข้อพิสูจน์

ฝึกเรียกกลับ (recall) ทุกวันในที่เงียบ ๆ ก่อน ให้รางวัลที่น้องชอบที่สุดทุกครั้งที่วิ่งมาหา แล้วค่อยฝึกในที่ที่มีสิ่งเร้ามากขึ้น ถ้าอยากได้คนช่วยวางแผนการฝึก ปรึกษาครูฝึกที่ไม่ใช้ความรุนแรงได้

4. สอนให้ผ่อนคลายในมุมปลอดภัย

เลือกมุมในบ้านที่เงียบที่สุด ห่างหน้าต่าง ปูผ้าห่มหรือที่นอนที่มีกลิ่นคุ้นเคย ถ้าน้องชอบกรงก็คลุมผ้าให้มืด ช่วงนี้ให้ขนมหรือของเล่นแทะในมุมนั้นบ่อย ๆ จนน้องอยากไปเอง วันจริงจะได้มีที่หลบที่รู้สึกปลอดภัย

ถ้าต้องพาเดินช่วงที่อาจมีพลุ: มีสติ และพร้อมรับแรงพุ่ง

บทเรียนจากแอดมินคือ หมาหลุดได้แม้อยู่ในสายจูง เพราะตอนตกใจ หมาจะพุ่งแรงและเร็วกว่าปกติมาก ช่วงเทศกาลจึงต้องมีสติตลอดเวลาที่เดิน และเตรียมใจไว้เสมอว่าน้องอาจพุ่งได้ทุกเมื่อ

วันจริง: ทำอะไรได้บ้าง

ปลอบได้ไหม? จะทำให้กลัวมากขึ้นหรือเปล่า

ปลอบได้ ความเชื่อว่า "ยิ่งปลอบยิ่งกลัว" ไม่มีหลักฐานรองรับ

หลักง่าย ๆ คือ ถ้าน้องเข้ามาหา อยากให้ลูบ ก็ลูบด้วยเสียงสงบ ๆ ถ้าน้องอยากหลบอยู่คนเดียว ก็ปล่อยให้หลบ ไม่ต้องลากออกมา และสิ่งที่ห้ามทำเลยคือดุหรือลงโทษ เพราะไม่ช่วยลดความกลัว และทำให้น้องเครียดกว่าเดิม

เสื้อรัดตัว ฟีโรโมน ช่วยไหม?

เมื่อไรควรพาไปหาหมอ

สัตวแพทย์มียาลดความกังวลที่ให้เฉพาะช่วงที่มีพลุได้ ควรนัดก่อนวันจริงหลายวัน เพื่อให้หมอเลือกยาที่เหมาะกับน้อง และลองให้ก่อนหนึ่งครั้ง ห้ามให้ยาของคนหรือยานอนหลับเอง เพราะยาซึมบางชนิดทำให้หมาขยับตัวไม่ได้แต่ยังกลัวอยู่เหมือนเดิม

หาคลินิกสัตว์ใกล้คุณ · หาครูฝึกที่ไม่ใช้ความรุนแรง

สรุปสั้น ๆ

1. ป้องกันไว้ก่อน: หมาหลุดได้แม้อยู่ในสายจูง เดินช่วงเทศกาลต้องมีสติ และพร้อมรับแรงพุ่ง 2. เริ่มฝึกตอนนี้: ให้ขนมทุกครั้งที่มีเสียงดัง ฝึกกับเสียงพลุเบา ๆ และฝึกเรียกกลับจนเราเป็นที่พึ่งของน้อง 3. เตรียมมุมปลอดภัย และลองเสื้อรัดตัวล่วงหน้าถ้าจะใช้ 4. วันจริง: พาเดินก่อนมืด ปิดบ้านให้มิด เปิดเสียงกลบ อยู่ด้วย ปลอบได้ ห้ามดุ 5. ถ้ากลัวมาก หรือเป็นหมาสูงวัยที่เพิ่งเริ่มกลัว ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนวันจริง

น้องที่บ้านเป็นแบบไหนตอนได้ยินเสียงพลุ แล้วปีที่แล้วรับมือกันยังไง เล่าให้ฟังหน่อยครับ

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยของสัตวแพทย์ · ตรวจข้อมูลล่าสุด ตุลาคม 2026

เกี่ยวกับผู้เขียน: ครูวุฒิ ครูฝึกสุนัขแนว force-free (ฝึกด้วยรางวัล ไม่ใช้ความรุนแรง) ของหมาสนุก